การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง How to make food in Thayang... ของโรงเรียนท่ายางวิทยา อําเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี

ราชภัฏเพชรบุรวี จิ ยั เพือ่ แผ่นดินไทยทีย่ ั ่งยืน
26-27 พฤษภาคม 2555 มหาวิทยาลัยเพชรบุร ี
การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรือ่ ง How to make food in Thayang District
ของโรงเรียนท่ายางวิทยา อําเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี
โดยกระบวนการมีส่วนร่วม
The Local Curriculum Development of Thayangwittaya School Thayang District,
Petchaburi Province on “How to make food in Thayang District”
through Participatory Action Research
นุชสรา นกน่วม
ครูโรงเรียนท่ายาง อําเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุร ี
บทคัดย่อ
การศึกษาครัง้ นี้มวี ตั ถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาองค์ความรู้
ท้องถิน่ เรือ่ ง How to make food in Thayang District (2)
พัฒนาหลักสูตรท้องถิน่ เรือ่ ง How to make food in Thayang
District
กลุ่มเป้าหมายคือ ผูบ้ ริหาร 3 คน ครู 4 คน นักเรียนชัน้
มัธยมศึกษาปี ท่ี 3 โรงเรียนท่ายางวิทยา 182 คน ผูร้ ใู้ นชุมชน 5
คน ผูป้ กครอง 10 คน ซึง่ สุม่ อย่างง่ายวิธเี จาะจง
เครื่องมือในการศึกษาวิจยั ประกอบด้วย แบบบันทึกการ
สนทนากลุ่ ม แบบบัน ทึก การประชุ ม ปฏิบ ัติก าร แบบสํา รวจ
แบบสัมภาษณ์ สถิตทิ ใ่ี ช้ในการวิเคราะห์ขอ้ มูล ค่าร้อยละ ค่าเฉลีย่
และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการศึกษาพบว่า (1) มีองค์ความรูเ้ กี่ยวกับการสื่อสาร
ใช้ภ าษาอัง กฤษในชีว ิต ประจํ า วัน (2) ได้ห ลัก สูต รท้อ งถิ่น ที่
เหมาะสมกับผูเ้ รียน (3) ผูเ้ รียนมีผลสัมฤทธิทางการเรี
ยนรูส้ งู ขึน้
์
Abstract
The objective of this research were 1) to study the
local knowledge about food in Thayang District 2) to
develop the local curriculum “How to make food in Thayang
District ”
The target samples consisted of 3 school
administrators, 4 teachers, 182 mattayomsuksa 3 students
of Thayangwittaya School, 5 local wisemen and 10 parents.
They were used by purposive random sampling.
This research instuments were focus group record,
questionnaires and interview. The collected data was
analyzed by percentage, mean and content analysis.
The finding were 1. Able to use English for
communication 2.”How to make food in Thayang District ” is
an appreciation course for learners 3. The student
achievement is higher.
1. บทนํา
ในสังคมโลกปจั จุบนั (Global Society) ภาษาอังกฤษถือ
เป็ นภาษาสากล (International Language) ทีใ่ ช้เป็ นเครือ่ งมือใน
การสือ่ สาร ในด้านเทคโนโลยี การศึกษา วัฒนธรรม ธุรกิจ การค้า
การทู ต การบัน เทิง วิท ยาศาสตร์ การแพทย์ และด้า นอื่น ๆ
นอกจากนี้ภาษาอังกฤษยังมีบทบาทสําคัญและมีอทิ ธิพลต่อการ
สร้างความสัมพันธ์ ความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมและวิสยั ทัศน์
ของชุมชนและโลก ทําให้เกิดการแลกเปลีย่ น และความกลมกลืน
ทางด้านวัฒนธรรม โดยผ่านโครงการระหว่างประเทศต่างๆ ที่
นับวันได้รบั การพัฒนาเพิม่ มากขึน้ จึงทําให้ภาษาอังกฤษ มีความ
จําเป็ นต่อการใช้ชวี ติ ร่วมกับพลโลก (Global Citizen) เรียนรู้
ภาษาอังกฤษ ไม่สามารถทําให้นักเรียนใช้ภาษาอังกฤษในการ
ติดต่อสื่อสารและการค้นคว้าหาความรูจ้ ากแหล่งการเรียนรูท้ ม่ี อี ยู่
อย่า งหลากหลายในยุ คสารสนเทศ จึงไม่สามารถนํ า มาซึ่ง มิตร
ไมตรีและความร่วมมือระหว่างประเทศต่างๆได้ แนวคิดการเรียน
การสอนภาษาอังกฤษเป็ นภาษาต่างประเทศในปจั จุบนั ได้มกี าร
พัฒนาจากการที่เน้ นการเรีย นกฎเกณฑ์ไวยากรณ์ มาเป็ นการ
เรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อใช้ในการสื่อสารมากขึน้ และการ
สถาบันวิจยั และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุร ี
ราชภัฏเพชรบุรวี จิ ยั เพือ่ แผ่นดินไทยทีย่ งยื
ั่ น
26-27 พฤษภาคม 2555 มหาวิทยาลัยเพชรบุร ี
เรียนรูภ้ าษาอังกฤษเป็ นภาษาต่างประเทศในปจั จุบนั นัน้ ผูเ้ รียน
ยังไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษในการติดต่อสือ่ สารและการค้นคว้า
หาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ท่มี อี ยู่หลากหลายได้ และสภาพการ
เรียนการสอนภาษาอังกฤษในปจั จุบนั รูปแบบในการจัดการเรียน
การสอนยัง คงยึดเนื้อหาของหนังสือ แบบเรียนเป็ นหลัก และยึด
ผูเ้ รียนเป็ นศูนย์กลาง ทําให้ผเู้ รียนไม่ได้ฝึกประสบการณ์ในการใช้
ภาษาอย่างเต็มที่ นอกจากนี้เนื้อหาที่เรียนไม่สมั พันธ์สอดคล้อง
กับวิถีชีวติ ของผู้เ รีย น ใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นนัน้ และนํ าผู้รู้ใน
ท้องถิน่ มาช่วยในการจัดการเรียนการสอนได้ ทัง้ นี้เพือ่ ต้องการให้
ผู้เ รีย นได้เ รีย นรู้ส ิ่ง ที่ส ัม พัน ธ์ ก ับ ชีว ิต จริง ของตนเองและของ
ท้องถิน่ ซึ่งคาดว่าจะทําให้ผเู้ รียนรูจ้ กั ท้องถิน่ ของตนเองมากขึน้
และเกิดความภาคภูมใิ จ เกิดความรักและความผูกพันกับท้องถิน่
มีความรู้ ความสามารถในการคิด การจัดการและการแก้ปญั หาได้
อย่างเป็ นระบบทัง้ ที่เกี่ยวกับตนเอง งานอาชีพ และการพัฒนา
สัง คม การให้ชุ ม ชนเข้า มามีส่ ว นร่ ว มในการพัฒ นาหลัก สู ต ร
ท้องถิน่ เป็ นกระบวนการทีส่ าํ คัญในการจัดหรือพัฒนาการศึกษาให้
มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่นหรือ
ชุมชน เพื่อมุ่งหวังทีจ่ ะก่อให้เกิดการพัฒนาทีย่ ั ่งยืน จึงควรมีการ
ส่งเสริมให้ชุมชนเข้ามามีส่วนในการจัดการศึกษาของโรงเรีย น
โดยการเปิ ดโอกาสให้ผู้รูใ้ นชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการเรียน
การสอนเห็ น คุ ณ ค่ า และให้ ค วามสํ า คั ญ กั บ คณะกรรมการ
สถานศึกษา ยอมรับฟงั ความคิดเห็นของคนในชุมชนใช้บทบาท
เชิง รุก ในการสร้า งความสัม พัน ธ์ท่ีดีก ับ ชุ ม ชน และชี้แ จงความ
เข้าใจกับคนในชุมชน โดยบุคลากรทุก ฝ่ายในโรงเรีย นเข้า มามี
ส่วนร่วมขอความร่วมมือและประชาสัมพันธ์หลักสูตรท้องถิน่ ด้วย
วิธกี ารหลากหลายเข้าถึงทุกฝา่ ยนับตัง้ แต่การมีสว่ นร่วมในการคิด
การกําหนดแผนงานและกิจกรรมต่างๆ การกําหนดปญั หาหรือ
ความต้อ งการของชุ ม ชนตามสภาพเศรษฐกิจ สัง คม การเมือ ง
ภาษาวัฒนธรรม หรือความเชื่อ การจัดทําโครงการ การปฏิบตั ิ
ตามโครงการ การติด ตามและการประเมิน ผลโครงการ โดยมี
การศึกษาและหาข้อเท็จจริงในชุมชน แสวงหาทางเลือกในการ
แก้ปญั หาซึ่งทุกอย่างเกิดขึ้นในชุมชน โดยชุมชนและเพื่อแก้ไข
ั หาของชุ ม ชนนั ้น โรงเรี ย นท่ า ยางวิ ท ยาเป็ นโรงเรี ย น
ปญ
มัธ ยมศึก ษาระดับ อํ า เภอ สัง กัด สํา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษา
มัธยมศึกษาเขต10 ได้จดั ให้มกี ารเรียนการสอนในกลุ่มสาระการ
เรียนรูภ้ าษาต่างประเทศ ตามหลักสูตรดังกล่าวโดยผูศ้ กึ ษาได้ม ี
การพัฒนาหลักสูตรท้องถิน่ เรือ่ ง How to make food in Thayang
District เพือ่ ทําให้นกั เรียนเกิดการเรียนรู้ และเห็นคุณค่าของภูม ิ
ปญั ญาด้านอาหารคาวหวานในท้องถิน่ ทีเ่ ป็ นเอกลักษณ์ของชาว
ท่ายาง จากครัวของชาวบ้านซึ่งเป็ นแหล่งเรียนรูใ้ นท้องถิน่ เป็ น
เรือ่ งใกล้ตวั ของนักเรียนซึง่ ผูกพันกับการดําเนินชีวติ ประจําวันและ
การถ่ายทอดโดยใช้ทกั ษะการพูดนําเสนอคําศัพท์และขัน้ ตอนการ
ทํา อาหารเป็ น ภาษาอัง กฤษเพื่อเผยแพร่วฒ
ั นธรรมในด้า นการ
ั หาเรื่ อ งทั ก ษะการพู ด
ทํ า อาหารสู่ ค รั ว โลก นั ก เรี ย นมี ป ญ
ภาษาอังกฤษกับเรื่องใกล้ๆตัว เรื่องในชีวติ ประจําวัน นักเรียนมี
โอกาสน้อยในการใช้ความรูด้ า้ นภาษาอังกฤษทีส่ ามารถนํ าไปใช้
ในชีว ิต ประจํา วัน ได้อ ย่ า งมีป ระสิท ธิภ าพ ถ้า นั ก เรีย นได้ม ีก าร
พัฒ นาทั ก ษะการพู ด ภาษาอั ง กฤษโดยการได้ เ รี ย นรู้ จ าก
ประสบการณ์ จ ริง และใกล้ ต ัว นั ก เรีย นที่สุ ด ผู้ ศึก ษาได้ จ ัด ให้
นักเรียนได้ไปศึกษาค้นคว้าจากแหล่งเรียนรูใ้ นชุมชน จึงนํ ามาสู่
การจัดทําหลักสูตรท้องถิน่ เรือ่ ง How to make food in Thayang
District ขึน้ โดยใช้รปู แบบการวิจยั เชิงปฏิบตั กิ ารอย่างมีสว่ นร่วม
ซึง่ การวิจยั เชิงปฏิบตั กิ ารอย่างมีส่วนร่วม(PAR) นัน้ เป็ นการวิจยั
อย่ า งหนึ่ ง ของการวิจ ยั ปฏิบ ัติก ารที่ใ ช้ห ลัก ประชาธิป ไตยการ
ร่ว มมือ ร่ว มใจกัน ระหว่า งนัก วิจ ยั กับ กลุ่ ม เป้ า หมายในการวิจ ยั
รวมทัง้ หลัก ความเสมอภาค หลัก การเรีย นรู้ หลัก อิส ระทาง
ความคิด หลักเคารพภูมคิ วามรู้ นอกจากนี้การวิจยั เชิงปฏิบตั กิ าร
อย่างมีส่วนร่วมยังมีลกั ษณะสําคัญ คือ เป็ นการสร้างความรูท้ ่มี ี
ลักษณะสัมพันธ์เป็ นสิง่ ทีเ่ ป็ นรูปธรรมมีตวั ตนทีใ่ ช้ความรูล้ งสู่การ
ปฏิบตั จิ ริง
2. วัตถุประสงค์การวิ จยั
1) เพือ่ สร้างองค์ความรูท้ อ้ งถิน่ เรือ่ ง How to make food
in Thayang District
2) เพือ่ พัฒนาหลักสูตรท้องถิน่ เรือ่ ง How to make food in
Thayang District
3. วิ ธีการดําเนิ นการวิ จยั
ขัน้ ตอนที่ 1 ขัน้ เตรียมการ
ขันตอนที
้
่ 2 ขัน้ การสร้างองค์ความรูท้ อ้ งถิน่
่ 3 ขัน้ การพัฒนาหลักสูตรท้องถิน่
ขันตอนที
้
ขัน้ ตอนที่ 4 ขัน้ การทดลองใช้หลักสูตรท้องถิน่
ขัน้ ตอนที่ 5 ขัน้ การประเมินหลักสูตรท้องถิน่
4. ผลการวิ จยั
งานวิจยั การพัฒนาหลักสูตรท้องถิน่ เรือ่ ง How to make
food in Thayang District อําเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุร ี ผูว้ จิ ยั
ขอนําเสนอผลการวิจยั ออกเป็ น ตอนที่ 1 ผลการสร้างองค์ความรู้
ท้องถิน่ เรือ่ ง How to make food in Thayang District อําเภอท่า
ยาง จังหวัดเพชรบุร ี ตอนที่ 2 ผลการพัฒนาหลักสูตรท้องถิน่
เรือ่ ง How to make food in Thayang District อําเภอท่ายาง
สถาบันวิจยั และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุร ี
ราชภัฏเพชรบุรวี จิ ยั เพือ่ แผ่นดินไทยทีย่ งยื
ั่ น
26-27 พฤษภาคม 2555 มหาวิทยาลัยเพชรบุร ี
จังหวัดเพชรบุร ี จากการสร้างองค์ความรูท้ อ้ งถิน่ ผูว้ จิ ยั ได้ศกึ ษา
เรือ่ ง How to make food in Thayang District อําเภอท่ายาง
จังหวัดเพชรบุร ี ตามประเด็นที่กําหนด ในระหว่างเดือนตุลาคม
2553 – ตุลาคม 2554 ผลจากการศึกษาสภาพทัวไปของอํ
่
าเภอ
ท่ายาง จังหวัดเพชรบุร ี พบว่ามีลกั ษณะภูมปิ ระเทศเป็ นทีร่ าบลุ่ม
ั่
ชายฝงทะเล
โดยทอดตัว จากตอนกลางค่อนข้า งใต้ สู่ท างตอน
เหนือและทิศใต้ของพืน้ ที่ มีความสูงประมาณ 2.8 เมตร คนไทย
แต่ละภาค รับประทานอาหารแตกต่างกัน ตามลักษณะพืน้ ที่ ดิน
ฟ้ าอากาศ และความอุ ด มสมบู ร ณ์ เช่ น พวกที่ อ ยู่ ร ิม ทะเล
รับประทานอาหารแบบหนึ่ง ดังนัน้ ประชาชนส่วนใหญ่ในอําเภอ
ท่ายาง จังหวัดเพชรบุร ี ซึง่ มีภมู ปิ ระเทศติดทะเลทางทิศตะวันออก
จึงรับประทานอาหารทะเล เช่น กุง้ และนํากุง้ มาเป็ นส่วนประกอบ
ในการทําอาหารในท้องถิน่ ตอนที่ 2 ผลการพัฒนาหลักสูตร
ท้องถิน่ เรือ่ ง How to make food in Thayang District อําเภอ
ท่ายาง จังหวัดเพชรบุร ี ผลการพัฒนาหลักสูตรท้องถิน่ เรื่อง How
to make food in Thayang District อําเภอท่ายาง จังหวัด
เพชรบุร ี จะอธิบายผลการวิจยั ในการพัฒนาหลักสูตรดังนี้ ผูว้ จิ ยั
ได้เ ริ่ม ต้น จากการเขีย นโครงสร้า งหลัก สู ต ร สาระการเรีย นรู้
ท้องถิน่ หน่วยการเรียนรู้ และแผนการจัดการเรียนรู้ ผลการวิจยั มี
ดังนี้ โครงสร้างหลักสูตรท้องถิน่ เรือ่ ง How to make food in
Thayang District อําเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุร ี ประกอบด้วย
วิสยั ทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ คําอธิบายรายวิชา คุณลักษณะอัน
พึงประสงค์ โครงสร้าง หน่ วยการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้
เนื้อหาสาระ แนวการจัดการเรียนรู้ สือ่ แหล่งเรียนรูแ้ ละการวัดผล
ประเมินผล
การจัดทําหน่ วยการเรียนรู้ ประกอบด้วยหน่ วยการเรียนรู้
ดังนี้ หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 1 เรือ่ ง How to make Phad Thai
Thayang หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 2 เรือ่ ง How to make Khanom
Tan(Toddy Palm Cake) หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 3 เรือ่ ง How to
make Khanom Krok (Coconut Pancake)หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 4
เรือ่ ง How to make Grilled Banana with Coconut Cream
Caramelหน่วยการเรียนรูท้ ่ี 5 เรือ่ ง How to make Sticky Rice in
Bamboo from Thayang การจัดทําแผนการจัดการเรียนรูเ้ รือ่ ง
How to make food in Thayang District อําเภอท่ายาง จังหวัด
เพชรบุร ี แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 1 เรือ่ ง How to make food
Thayang Districtใช้เวลาในการสอน 8 ชั ่วโมง ตามเนื้อหาใน
หน่ วยย่อยที่ 1 เรื่อง How to make Phad Thai Thayang
แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 2 เรื่อง How to make food in
Thayang Districtใช้เวลาในการสอน 8 ชัวโมง
่
ตามเนื้อหาใน
หน่ วยย่อยที่ 2 เรือ่ ง How to make Khanom Tan(Toddy Palm
Cake) แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 3 เรือ่ ง How to make food in
Thayang District ใช้เวลาในการสอน 8 ชัวโมง
่
ตามเนื้อหาใน
หน่ วยย่อยที่ 3 เรือ่ ง How to make Khanom Krok (Coconut
Pancake) แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 4 เรือ่ ง How to make food
in Thayang District ใช้เวลาในการสอน 8 ตามเนื้อหาในหน่ วย
ย่อยที่ 4 เรือ่ ง How to make Grilled Banana with Coconut
Cream Caramel แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 5 เรือ่ ง How to make
food in Thayang District ใช้เวลาในการสอน 8 ชัวโมง
่
ตาม
เนื้อหาในหน่วยย่อยที่ 5 เรือ่ ง How to make Sticky Rice in
Bamboo from Thayang
ผลการทดลองใช้หลักสูตร หลังจากผูว้ จิ ยั ได้จดั ทําโครงการ
สร้า งหลัก สู ต รสาระการเรีย นรู้ท้อ งถิ่น หน่ ว ยการเรีย นรู้แ ละ
แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง How to make food in Thayang
District ได้นําสาระการเรียนรูท้ อ้ งถิน่ ไปทดลองใช้ในระหว่างวันที่
1 ตุ ล าคม พ.ศ.2553-1 ตุ ล าคม พ.ศ.2554 กับ นั ก เรีย นชัน้
มัธยมศึกษาปี ท่ี 3 โรงเรียนท่ายางวิทยา อําเภอท่ายาง จังหวัด
เพชรบุร ี
ด้านการจัดการเรียนการสอน ในการจัดกิจกรรมการเรียน
การสอน จากการสัง เกตการสอน พบว่า ครูผู้ส อนสามารถจัด
กิจ กรรมการเรีย นการสอนโดยให้นัก เรีย นไปศึก ษาข้อ มูล จาก
แหล่งเรียนรูใ้ นครัวเรือนแหล่งเรียนรูใ้ นชุมชนท้องถิน่ ใกล้บา้ นของ
นักเรียน ตําราหนังสือและแหล่ งเรีย นรู้จากอินเทอร์เ น็ ตซึ่งเป็ น
การศึก ษาด้ ว ยตนเองนอกห้ อ งเรีย น จึง เป็ น แรงจู ง ใจที่ดีแ ก่
นักเรียน นักเรียนสนใจและตัง้ ใจไปค้นคว้าหาความรูอ้ ย่างดีตาม
แผนการจัดการเรียนรู้ ด้านการใช้ส่อื อุปกรณ์ และแหล่งเรียนรู้
ด้านการใช้ส่อื อุปกรณ์ และแหล่งเรียนรู้ พบว่า นักเรียนสนใจใน
สื่อ ที่เ ป็ น ของจริง มากกว่า การดู รูป ภาพ นั ก เรีย นสนใจการไป
เรียนรูจ้ ากแหล่งเรียนรูท้ เ่ี ป็ นสถานทีจ่ ริงมากกว่าการเรียนในชัน้
เรียน
ด้านการวัดผลและการประเมินผล พบว่า ในการทํา
แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนของเนื้อหาทัง้ หมด นักเรียน
ทุกคนมีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนดังตารางที่ 2ตารางที่ 2
แสดงการวิเ คราะห์ข้อ มูล คะแนนก่ อ นเรีย นและหลัง เรีย นของ
นั ก เรีย นชัน้ มัธ ยมศึก ษาปี ท่ี 3โรงเรีย นท่ า ยางวิท ยา จัง หวัด
เพชรบุร ี
5. สรุปผลการวิ จยั
การวิจยั ในเรือ่ งการพัฒนาหลักสูตรท้องถิน่ เรื่อง How to
make food in Thayang District มีวตั ถุประสงค์เพือ่ สร้างองค์
ความรูท้ อ้ งถิน่ เรือ่ ง How to make food in Thayang Districtและ
สถาบันวิจยั และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุร ี
ราชภัฏเพชรบุรวี จิ ยั เพือ่ แผ่นดินไทยทีย่ งยื
ั่ น
26-27 พฤษภาคม 2555 มหาวิทยาลัยเพชรบุร ี
เพือ่ พัฒนาหลักสูตรท้องถิน่ เรือ่ ง How to make food in Thayang
District โดยศึกษาจากพืน้ ทีเ่ ป้าหมาย คือ อําเภอท่ายาง จังหวัด
เพชรบุร ี กลุ่มเป้ าหมาย คือ ผู้บริหารโรงเรียน ครู ผู้รู้ในชุมชน
บุค ลากรในชุ มชน และนัก เรีย นชัน้ มัธ ยมศึก ษาปี ท่ี 3 มีว ิธ ีก าร
ดําเนินการวิจยั 5 ขัน้ ตอน คือ 1)ขัน้ เตรียมการ 2)ขัน้ การสร้า ง
องค์ความรูท้ ้องถิ่น 3)ขัน้ การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น 4)ขัน้ การ
ทดลองใช้หลักสูตรท้องถิน่ และ5)ขัน้ การประเมินหลักสูตรท้องถิน่
วิธกี ารและเครื่องมือทีใ่ ช้ในการวิจยั ครัง้ นี้ ได้แก่การสนทนากลุ่ม
การประชุมเชิงปฏิบตั กิ าร การสํารวจ การสัมภาษณ์ การสอบถาม
การวิเคราะห์ขอ้ มูลใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและการวิเคราะห์เนื้อหา
สําหรับสรุปผล ผูว้ จิ ยั ได้นําเสนอแบ่งเป็ น 3 ตอน ดังนี้ 1.ผลจาก
การสร้างองค์ความรูท้ อ้ งถิน่ เรื่อง How to make food in
Thayang District อําเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุร ี พบว่า สภาพ
ทั ่วไปของอําเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุร ี มีลกั ษณะภูมปิ ระเทศ
ั่
เป็ นทีร่ าบลุ่มชายฝงทะเล
โดยทอดตัวจากตอนกลางค่อนข้างใต้ สู่
ทางตอนเหนือและทิศใต้ของพืน้ ที่ มีความสูงประมาณ 2.8 เมตร
จากระดับนํ้าทะเล 208) ทีก่ ล่าวว่าคนไทยแต่ละภาค รับประทาน
อาหารแตกต่างกัน ตามลักษณะพื้นที่ ดินฟ้าอากาศ และความ
อุดมสมบูรณ์ เช่น พวกทีอ่ ยู่รมิ ทะเล รับประทานอาหารแบบหนึ่ง
ดังนัน้ ประชาชนส่วนใหญ่ในอําเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุร ี ซึ่งมี
ภูมปิ ระเทศติดทะเลทางทิศตะวันออกจึงรับประทานอาหารทะเล
เช่น กุง้ และนํากุง้ มาเป็ นส่วนประกอบในการทําอาหารในท้องถิน่
2.ผลการพัฒนาหลักสูตรท้องถิน่ เรื่อง How to make food in
Thayang District อําเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุร ี จากการวิจยั
เรือ่ งนี้ ผูว้ จิ ยั ได้เริม่ ต้นจากการเขียนโครงสร้างหลักสูตร สาระการ
เรีย นรู้ท้อ งถิ่น หน่ ว ยการเรีย นรู้ และแผนการจัด การเรีย นรู้
ผลการวิจยั ทําให้โครงสร้างหลักสูตรท้องถิน่ เรือ่ ง How to make
food in Thayang District อําเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุร ี
ประกอบด้วย วิสยั ทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ คําอธิบายรายวิชา
คุ ณ ลั ก ษณะอั น พึ ง ประสงค์ โครงสร้ า ง หน่ วยการเรี ย นรู้
จุดประสงค์การเรีย นรู้ เนื้ อหาสาระ แนวการจัด การเรีย นรู้ สื่อ
แหล่ ง เรีย นรู้แ ละการวัด ผลประเมินผล ซึ่ง การจัดทํา หน่ ว ยการ
เรียนรู้ ประกอบด้วยหน่ วย 5 การเรียนรู้ คือ หน่ วยการเรียนรูท้ ่ี 1
เรือ่ ง How to make Phad Thai Thayang หน่ วยการเรียนรูท้ ่ี 2
เรือ่ ง How to make Khanom Tan(Toddy Palm Cake) หน่ วย
การเรียนรูท้ ่ี 3 เรือ่ ง How to make Khanom Krok (Coconut
Pancake)หน่ วยการเรียนรูท้ ่ี 4 เรื่อง How to make Grilled
Banana with Coconut Cream Caramel และ หน่วยการเรียนรูท้ ่ี
5 เรือ่ ง How to make Sticky Rice in Bamboo from Thayang
การจัดทําแผนการจัดการเรียนรูเ้ รื่อง How to make food in
Thayang District อําเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุร ี ประกอบด้วย 5
แผนตามหน่ วยการเรียนรูใ้ ช้เวลาในการสอนทัง้ หมด 40 ชัวโมง
่
โดยองค์ประกอบของแต่ละแผนจะประกอบด้วย สาระสําคัญ ผล
การเรีย นรู้ท่ีค าดหวัง จุ ด ประสงค์ก ารเรีย นรู้ สาระการเรีย นรู้
กระบวนการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ การวัดผลและการประเมินผล
บัน ทึ ก หลัง สอน องค์ ค วามรู้ ใบกิ จ กรรม และแบบฝึ ก ดัง นี้
แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 1 เรือ่ ง How to make food Thayang
District ใช้เวลาในการสอน 8 ชัวโมง
่ ตามเนื้อหาในหน่ วยย่อยที่ 1
เรือ่ ง How to make Phad Thai Thayang แผนการจัดการเรียนรู้
ที่ 2 เรือ่ ง How to make food in Thayang District ใช้เวลาในการ
สอน 8 ชัวโมง
่
ตามเนื้อหาในหน่ วยย่อยที่ 2 เรือ่ ง How to make
Khanom Tan(Toddy Palm Cake) แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 3
เรือ่ ง How to make food in Thayang District ใช้เวลาในการสอน
8 ชัวโมง
่
ตามเนื้อหาในหน่ วยย่อยที่ 3 เรื่อง How to make
Khanom Krok (Coconut Pancake) แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 4
เรือ่ ง How to make food in Thayang District
ใช้เวลาในการสอน 8 ตามเนื้อหาในหน่ วยย่อยที่ 4 เรื่อง
How to make Grilled Banana with Coconut Cream Caramel
แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 5 เรือ่ ง How to make food in Thayang
District ใช้เวลาในการสอน 8 ชัวโมง
่ ตามเนื้อหาในหน่ วยย่อยที่ 5
เรือ่ ง How to make Sticky Rice in Bamboo from Thayang 3.
ผลการทดลองใช้หลักสูตร หลังจากผูว้ จิ ยั ได้จดั ทําโครงการสร้าง
หลักสูตรสาระการเรียนรูท้ ้องถิ่น หน่ วยการเรียนรูแ้ ละแผนการ
จัดการเรียนรู้ เรือ่ ง How to make food in Thayang District ได้
นําสาระการเรียนรูท้ อ้ งถิน่ ไปทดลองใช้ในระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม
พ.ศ.2553-1 ตุลาคม พ.ศ.2554 กับนักเรียนชัน้ มัธยมศึกษาปี ท่ี 3
โรงเรียนท่ายางวิทยา อําเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุร ี ในการจัด
กิ จ กรรมการเรีย นการสอน จากการสัง เกตการสอน พบว่ า
ครูผสู้ อนสามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยให้นักเรียนไป
ศึก ษาข้อมูล จากแหล่ง เรีย นรู้ใ นครัว เรือ นแหล่งเรีย นรู้ในชุ มชน
ท้องถิน่ ใกล้บ้านของนักเรียน ตําราหนังสือและแหล่งเรียนรูจ้ าก
อินเทอร์เน็ ตซึ่งเป็ นการศึกษาด้วยตนเองนอกห้องเรียน จึงเป็ น
แรงจูง ใจที่ดีแ ก่ นัก เรีย น นัก เรีย นสนใจและตัง้ ใจไปค้น คว้า หา
ความรูอ้ ย่างดีตามแผนการจัดการเรียนรู้ ด้านการใช้สอ่ื อุปกรณ์
และแหล่งเรียนรู้ พบว่า นักเรียนสนใจในสือ่ ทีเ่ ป็ นของจริงมากกว่า
การดูรูปภาพ นักเรียนสนใจการไปเรียนรูจ้ ากแหล่งเรียนรูท้ เ่ี ป็ น
สถานทีจ่ ริงมากกว่าการเรียนในชัน้ เรียน ด้านการวัดผลและการ
ประเมินผล พบว่า ในการทําแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน
ของเนื้อหาทัง้ หมด นักเรียนทุกคนมีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อน
เรีย น การวิเ คราะห์ข้อ มูล คะแนนก่ อ นเรีย นและหลัง เรีย นของ
สถาบันวิจยั และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุร ี
ราชภัฏเพชรบุรวี จิ ยั เพือ่ แผ่นดินไทยทีย่ งยื
ั่ น
26-27 พฤษภาคม 2555 มหาวิทยาลัยเพชรบุร ี
นั ก เรีย นชัน้ มัธ ยมศึก ษาปี ท่ี 3โรงเรีย นท่ า ยางวิท ยา จัง หวัด
เพชรบุร ี คะแนนเฉลีย่ ก่อนเรียนคิดเป็ นร้อยละ 45 ซึง่ เป็ นคะแนน
ทีน่ ้อยกว่าคะแนนหลังเรียน ซึ่งเมื่อได้มกี ารการจัดกิจกรรมการ
เรียนการสอนแล้ว คะแนนหลังเรียนคิดเป็ นร้อยละ 83.3 สูงกว่า
คะแนนก่อนเรียนคิดเป็ นร้อยละ 38.33 ผลการประเมินหลักสูตร
ท้องถิน่ เรือ่ ง How to make food in Thayang District พบว่า ผูท้ ่ี
เกี่ยวข้องมีความพึงพอใจในการทดลองใช้หลักสูตร เนื้อหาสาระ
ขององค์ ค วามรู้ มีค วามถู ก ต้ อ ง และเหมาะสมกับ นั ก เรีย น
องค์ ป ระกอบของหลัก สู ต รท้อ งถิ่น มีค วามสมบู ร ณ์ ท ัง้ ในด้ า น
โครงสร้างหลักสูตร สาระการเรียนรูท้ อ้ งถิน่ หน่ วยการเรียนรู้ และ
แผนการจัดการเรียนรู้ การจัดการเรียนการสอน มีความสําคัญ มี
ความจําเป็ นและมีประโยชน์ ต่อนักเรียนทําให้นักเรีย นมีความรู้
เกี่ย วกับการทํา อาหารพื้น บ้า นในท้อ งถิ่น ของตนได้เ รีย นรู้จาก
แหล่งเรียนรูใ้ นชุมชนอําเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุร ี ซึง่ เป็ นแหล่ง
เรียนรูจ้ ริงในชุมชน สอนโดยคุณครูผูร้ ูซ้ ่งึ เป็ นภูมปิ ญั ญาท้องถิ่น
ทําให้นกั เรียนเกิดสํานึกในการอนุรกั ษ์และตระหนักเห็นคุณค่าของ
องค์ความรูใ้ นท้องถิน่ เหล่านัน้ ส่งผลให้มกี ารดํารงสืบทอดต่อไป
การอภิ ปรายผล
ในการพัฒนาหลักสูตรท้องถิน่ เรือ่ ง How to make food in
Thayang District ผูว้ จิ ยั ขอนําเสนอผลการวิจยั โดยพิจารณาที่
ความสอดคล้องกับงานวิจยั อื่นๆ ดังต่อไปนี้
1. ผลจากการวิจยั พบว่า องค์ความรูท้ อ้ งถิน่ เรือ่ ง How
to make food in Thayang District 1.1 เกิดจากสภาพทัวไป
่
ของอําเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุร ี ซึง่ พบว่ามีลกั ษณะภูมปิ ระเทศ
ั่
เป็ นทีร่ าบลุ่มชายฝงทะเล
โดยทอดตัวจากตอนกลางค่อนข้างใต้ สู่
ทางตอนเหนือและทิศใต้ของพืน้ ที่ มีความสูงประมาณ 2.8 เมตร
จากระดับนํ้ าทะเล สอดคล้องกับสารานุ กรมไทย สําหรับเยาวชน
เล่มที่ 13 (2543 : 208) ทีก่ ล่าวว่าคนไทยแต่ละภาค รับประทาน
อาหารแตกต่างกัน ตามลักษณะพื้นที่ ดินฟ้าอากาศ และความ
อุดมสมบูรณ์ เช่น พวกทีอ่ ยู่รมิ ทะเล รับประทานอาหารแบบหนึ่ง
ดังนัน้ ประชาชนส่วนใหญ่ในอําเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุร ี ซึ่งมี
ภูมปิ ระเทศติดทะเลทางทิศตะวันออกจึงรับประทานอาหารทะเล
เช่น กุง้ และนํากุง้ มาเป็ นส่วนประกอบในการทําอาหารในท้องถิน่
1.2 Food in Thayang District อําเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุร ี
คืออาหารท้องถิน่ ซึง่ อยู่ในหลักสูตรท้องถิน่ How to make food
in Thayang District ได้แก่ ผัดไทยท่ายาง ขนมครกท่ายาง ขนม
ตาลท่ายาง กล้วยปิ้ งท่ายางและข้าวหลามท่ายาง อาหารเหล่านี้ม ี
ส่วนประกอบที่เ ป็ นทรัพ ยากรและวัสดุ ท่มี แี ละทํา ขึ้นในท้อ งถิ่น
อําเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุร ี เช่น การเพาะถัวงอกในชุ
่
มชน การ
ทําเส้นก๋วยเตีย๋ วในชุมชน การนํ าแป้งข้าวจ้าวสดจากการทําเส้น
ก๋วยเตีย๋ วมาทําเป็ นแป้งขนมครก การทํานํ้ าตาลโตนดในชุมชน
เพื่อ นํ า มาปรุ ง อาหารในท้อ งถิ่น ซึ่ง สอดคล้ อ งกับ แนวการจัด
การศึกษาในหลักสูตรการศึกษาขัน้ พืน้ ฐานพุทธศักราช2544ให้ใช้
ทรัพยากรในท้องถิน่ นัน้ มาช่วยในการจัดการเรียนการสอน(กรม
วิชาการ, 2545:2) และยังสอดคล้องกับสําลี รักสุทธี (2544 : 11)
โดยพยายามใช้ทรัพยากรท้องถิน่ ภูมปิ ญั ญาท้องถิน่ ให้ผเู้ รียนได้
เรียนรู้ เช่นเดียวกับนิคม ชมพูหลง (2546 : 89) โดยพยายามใช้
ั ญาท้อ งถิ่น
ทรัพ ยากรท้อ งถิ่น แหล่ ง เรีย นรู้ใ นท้อ งถิ่น ภู ม ิป ญ
เพือ่ ให้นกั เรียนได้เรียนรู้
2. จากการวิจ ยั พบว่า ผลการพัฒ นาหลัก สูต รท้อ งถิ่น
เรือ่ ง How to make food in Thayang District อําเภอท่ายาง
จังหวัดเพชรบุร ี เป็ นหลักสูตรทีม่ คี ุณภาพตามวัตถุประสงค์และมี
ความเหมาะสม เนื่องจากผูว้ จิ ยั ได้นําสภาพปญั หาของผูเ้ รียนและ
จากผูท้ เ่ี กีย่ วข้องในชุมชนมาร่วมกันจัดกิจกรรมการเรียนรูโ้ ดยให้
ผู้เ รีย นเป็ นผู้ล งมือ ปฏิบตั ิจริง เรีย นรู้จ ริง จากสถานที่แ ละผู้รู้ใ น
ชุมชน อันก่อให้เกิดการเรียนรูจ้ ากประสบการณ์ตรง ทําให้เกิดผล
ดีต่อผูเ้ รียนโดยตรงและได้มกี ารวัดผลและประเมินผลตามสภาพ
จริง นํามาพัฒนาสร้างหลักสูตรท้องถิน่ How to make food in
Thayang District อําเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุร ี สําหรับนักเรียน
ชัน้ มัธยมศึกษาปี ท่ี 3 องค์ประกอบของหลักสูตร ประกอบไปด้วย
วิสยั ทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ คําอธิบายรายวิชา คุณลักษณะอัน
พึง ประสงค์ โครงสร้างหน่ วยการเรียนรู้ จุด ประสงค์การเรีย นรู้
แนวการจัดการเรียนรู้ เนื้อหาสาระ สือ่ และแหล่งเรียนรู้ การวัดผล
แ ล ะ ก า ร ป ร ะ เ มิ น ผ ล ซึ่ ง ส อ ด ค ล้ อ ง กั บ น โ ย บ า ย ข อ ง
กระทรวงศึกษาธิการ (2540 : 8-9) ระบุองค์ประกอบของหลักสูตร
จะต้องประกอบด้วย หลักการ จุดมุง่ หมาย โครงสร้าง จุดประสงค์
การเรียนรู้ เนื้อหาสาระ สื่อการเรียนการสอน วิธสี อน การวัดผล
และการประเมินผล
3.จากการวิ จ ัย พบว่ า ผลการทดลองใช้ ห ลัก สู ต ร ครู
สามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้ดีตามแผนการจัดการ
เรียนรูท้ ไ่ี ด้กาํ หนดไว้ สามารถใช้สอ่ื จากแหล่งเรียนรูไ้ ด้เป็ นอย่างดี
ผู้ เ รี ย นได้ ม ีส่ ว นร่ ว มในการจัด การเรี ย นการสอน ครู เ ป็ น ผู้
ประสานงานที่ดกี บั ผูร้ ูใ้ นชุมชน และการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ ์
ทางการเรียนของผูเ้ รียนหลังการเรียนโดยใช้หลักสูตรท้องถิน่ เรือ่ ง
How to make food in Thayang District จังหวัดเพชรบุร ี มี
คะแนนเฉลี่ ย หลั ง เรี ย นสู ง กว่ า คะแนนก่ อ นเรี ย นทั ง้ นี้ อ าจ
เนื่องมาจากการประเมินจากผูเ้ ชีย่ วชาญ และมีความสอดคล้องกับ
สภาพในท้องถิน่ มีความเหมะสมกับผูเ้ รียน และผูเ้ รียนสามารถนํา
ความรูท้ ไ่ี ด้ไปใช้ในชีวติ ประจําวัน
สถาบันวิจยั และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุร ี
ราชภัฏเพชรบุรวี จิ ยั เพือ่ แผ่นดินไทยทีย่ งยื
ั่ น
26-27 พฤษภาคม 2555 มหาวิทยาลัยเพชรบุร ี
4.จากการวิจ ยั พบว่า การพัฒ นาหลัก สูต รท้อ งถิ่น เรื่อ ง
How to make food in Thayang District จังหวัดเพชรบุร ี ใช้
กระบวนการวิจ ัย เชิง ปฏิบ ัติก ารอย่ า งมีส่ ว นร่ ว ม (PAR) เป็ น
กระบวนการวิจ ัย ที่ช่ ว ยให้ ก ารดํ า เนิ น กิจ กรรมในการพัฒ นา
หลักสูตรท้องถิน่ มีคุณภาพทัง้ ด้านเนื้อหาและวิธกี าร เพราะเป็ น
กระบวนการที่ผู้วจิ ยั และกลุ่ มเป้ าหมายเข้ามามีส่วนร่วมในการ
วิจ ยั ทํา ให้ห ลัก สูต รท้อ งถิ่น ที่ป ระกอบด้ว ยองค์ค วามรู้ท้อ งถิ่น
โครงสร้างหลักสูตรสาระการเรียนรูท้ อ้ งถิน่ หน่ วยการเรียนรูแ้ ละ
แผนการจัด การเรีย นรู้ม ีค วามเหมาะสม มีค วามสอดคล้อ งกับ
สภาพแวดล้อ มในชุ ม ชน และมีเ หมาะสมกับ ผู้เ รีย น ผู้เ รีย นมี
ผลสัมฤทธิทางการเรี
ยนคะแนนหลังเรียนสูงกว่าคะแนนก่อนเรียน
์
ทําให้ผเู้ รียนมีความสนใจต่อการเรียนรู้ เกิดความภูมใิ จและรักต่อ
การใช้ทรัพยากรในท้องถิน่ อย่างมีคุณค่าและผู้เรียนสามารถนํ า
ความรูท้ ไ่ี ด้ไปใช้ในชีวติ ประจําวัน
6. กิ ตติ กรรมประกาศ
การพัฒนาหลักสูตรท้องถิน่ เรื่อง เรื่องดอกไม้ในวรรณคดี
ทีม่ อี ยูใ่ นท่ายาง อําเภอท่ายางจังหวัดเพชรบุร ี เล่มนี้สาํ เร็จลงได้
ด้วยความกรุณาอย่างดียงิ่ จาก รศ. นิภา เพชรสม
รศ.ดร.
กาญจนา บุญส่ง ผศ.ดร.ปญั ญา ทองนิล ผู้เป็ นที่ปรึกษา ที่
กรุณาให้คําแนะนํ า และข้อเสนอแนะ ตลอดจนตรวจแก้ไข ข้อ
พกพร่ อ งด้ ว ยความเมตตาและเอาใจใส่ ผู้ ศึ ก ษาขอกราบ
ขอบพระคุณเป็ นอย่างสูงขอขอบพระคุณผูบ้ ริหาร คณะครู และ
นัก เรีย นโรงเรีย นท่ า ยางวิท ยา สํา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษา
มัธยมศึกษา เขต 10 ทีใ่ ห้ความร่วมมือในการดําเนินการศึกษา
ครัง้ นี้ ผูศ้ กึ ษาหวังเป็ นอย่างยิง่ ว่า การพัฒนาหลักสูตรท้องถิน่
เรื่อง เรื่องดอกไม้ในวรรณคดีท่มี อี ยู่ในท่า ยาง อํา เภอท่า ยาง
จัง หวัด เพชรบุ ร ี จะเป็ น ประโยชน์ ก ับ เพื่อ นครูผู้ร่ว มพัฒ นา
วิชาชีพ ทีม่ งุ่ พัฒนาผูเ้ รียนซึง่ เป็ นอนาคตของชาติ
เอกสารอ้างอิ ง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). ตัว ชี้ ว ดั และสาระการเรี ยนรู้
แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ตามหลัก สู ต รแกนกลางการศึ ก ษาขัน้ พื้ น ฐาน
พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 5 1 . ก รุ ง เ ท พ ฯ : โ ร ง พิ ม พ์ ชุ ม นุ ม
ส ห ก ร ณ์ ก า ร เ ก ษ ต ร แ ห่ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย จํ า กั ด .
กระทรวงศึกษาธิการ. (2543). คู่มือการพัฒนาหลักสูตรตาม
ความต้องการของท้องถิ่ น. พิมพ์ครัง้ ที่ 2 .
กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรสุ ภาลาดพร้าว.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2540). คู่มือการพัฒนาหลักสูตรตาม
ความต้องการของท้องถิ่ น. พิมพ์ครัง้ ที่ 2.
กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรสุ ภาลาดพร้าว.
กาญจนา คุ ณ ารัก ษ์ . หลัก สูต รและการพัฒ นา. นครปฐม :
มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ใจทิพย์ เชือ้ รัตนพงษ์. (2539). การพัฒนาหลักสูตร:หลักการและ
แนวปฏิบตั .ิ กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์
อลีนเพลส.
ฉวีวรรณ แผ่วตะคุ. (2541). การพัฒนาหลักสูตรงานที่เตรียม
ไปสู่อาชีพชัน้ ประถมศึกษาปี ที่ 5 – 6
ในกลุ่มการงานพื้นฐานอาชี พ. วิทยานิ พนธ์ศึกษา
ศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ชูศรี สุวรรณโชติ. (2544). หลักสูตรและการพัฒนาหลักสูตร.
กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์อกั ษรไทย.
นิ ค ม ชมภู ห ลง. (2545). วิ ธี ก ารและขัน้ ตอน การพัฒ นา
ห ลั ก สู ต ร ท้ อ ง ถิ่ น แ ล ะ ก า ร จั ด ก า ร ทํ า ห ลั ก สู ต ร
สถานศึกษา. มหาสารคาม : อภิชาติการพิมพ์.
บุ ญ เ รี ย ง ข จ ร ศิ ล ป์ แ ล ะ ค ณ ะ . ( 2547) . ก า ร นํ า
กระบวนการพัฒนาหลักสูตรท้ องถิ่ น เรื่อง การเลี้ ยงโคนม
ไปประยุกต์ใช้ในต่างบริ บท (ระยะที่ 2). กรุงเทพฯ :
พีเอ็นการพิมพ์.
สถาบันวิจยั และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุร ี